เรื่องเล่าของวงกลม

posted on 17 Jan 2008 12:36 by sinefriendly in Goodthings

ความรักของวงกลมกับสามเหลี่ยม

เรื่องเล่าของวงกลม ...

นานมาแล้ว ... มีวงกลมอยู่วงหนึ่ง
เศษเสี้ยวหนึ่งของมันหายไป

 

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป
ตามหาเศษเสี้ยวที่หายไปนั้น

มันเจอผู้คนมากมาย
แต่ไม่มีใครเลย ที่จะเติมเต็มมันได้

บางที .. ก็ใหญ่เกินไป
ถ้าฝืน ... ก็จะเจ็บทั้งสองฝ่าย

 

บางที ... คิดว่าเข้ากันได้
แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ... ถึงได้รู้ว่า 'ไปด้วยกันไม่ได้'

บางที ... เศษเสี้ยวมีหนามแหลมคม
กว่าจะรู้ตัวว่า 'ไม่ใช่'
ก็ได้ทิ้งบาดแผลและความเจ็บปวดมากมายไว้ให้เจ้าวงกลม

 

 

มันยังกลิ้งไป ... กลิ้งไป

 

จนในที่สุด ... ก็ได้พบเศษเสี้ยวของมัน

 

แล้ววงกลม ... ก็เต็มวง


ถ้าเรื่องมันจบแฮปปี้ยังงี้ก็ดีเนอะ   ลองมาฟังนิทานอีกเรื่อง ...


เรื่องเล่าของสามเหลี่ยม

ยังจำเศษเสี้ยวของวงกลมนั้นได้ไหม?
เสี้ยวรูปสามเหลี่ยม... กำลังตามหาวงกลมของมัน

 

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

พบคนมากมาย ...
แต่ไม่มีใครเลย ...ที่เป็นที่ของมัน

 

นี่ก็ไม่ใช่ ... นั่นก็ยังไม่ใช่

 

พอเจอคนที่คิดว่าใช่ ...

กลับพบว่า
เขามีส่วนเติมเต็มของเขาอยู่ แล้ว

 

สามเหลี่ยม ... กลิ้งไป ... กลิ้งไป ...

 

กลิ้งไป ... กลิ้งไป 

จนขอบของมันเริ่มมนลง

 

ในที่สุดสามเหลี่ยมนั้น
กลายเป็นวงกลม
และพบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง
... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ...

edit @ 17 Jan 2008 15:01:49 by Vanessa Rocky+รักคนอ่าน+

ที่มาของ.."เนื้อคู่"

posted on 06 Jan 2008 19:52 by sinefriendly in Goodthings

Note: ... ก็เช่นเดียวกันค่ะ เราเคยสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ไปเจอเรื่องนี้มา ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ก็เป็นกำลังใจดีเหมือนกันค่ะ......

งั้น..................

     มาอ่านกันเลยเนาะ.......

.. .. เนื้อคู่ .. .. พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าหากคนจะอยู่ร่วมกันได้ ทั้งในชาตินี้
และก็ไปเจอกันในชาติหน้าด้วย ด้วยความเหมาะสมกันเนี่ย
หนึ่ง ต้องมี ศรัทธา เสมอกัน
สอง ต้องมี ศีล เสมอกัน
สาม ต้องมี จาคะ เสมอกัน
สี่ ต้องมี ปัญญา เสมอกัน
ตัว ศรัทธา นี่นะค่ะ คือ ตัวที่เชื่ออะไรเหมือน ๆ กัน
ส่วนเรื่องของ ศีล ก็คือ.. เหมือนคนตัวหอมเนี่ย
ก็จะไม่อยากอยู่กับคนตัวเหม็นใช่มั้ยค่ะ
และคนตัวเหม็น ก็มักจะหมั่นไส้คนตัวหอม อะไรแบบนี้ใช่มั้ย
เพราะฉะนั้น ถ้ามีศีลเสมอกันเนี่ย มันก็หอมเหมือนกัน ก็พึงพอใจกันและกัน
จาคะ คือการสละออก เรื่องการสละนี่ มีนัยลึกซึ้งหลายนัยนะค่ะ
แต่พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าสมมติว่าผัวคิดทำบุญ เมียเกิดรู้สึกต่อต่อต้าน อย่างนี้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้
หรือว่าผัวอยากช่วยคน เมียบอกไปช่วยทำไม อย่างนี้ก็รู้สึกจะต้องเถียงกันแล้ว
ว่า เอ๊ย เอาเงินส่วนของเรา เอาเวลาส่วนของเรา เอาไปบริจาคให้คนอื่นทำไม มันก็เถียงกัน
แต่ถ้าชอบที่จะช่วยเหลือคนเหมือน ๆ กัน มันก็เกิดกิจกรรมร่วมกันได้ แล้วก็มีความสุขร่วมกัน
ส่วนข้อสุดท้ายคือ ปัญญา ปัญญานี่ก็มีทั้งปัญญาทางโลก และก็ทางธรรม
ถ้าปัญญาทางโลก ก็พูดง่าย ๆ ว่าใช้ภาษาเดียวกัน คุยด้วยภาษาเดียวกัน
และก็มีอัธยาศัยในการพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปเหมือนกัน
ส่วนปัญญาทางธรรม ก็หมายความว่า มีความรู้จักบุญ รู้จักบาปเหมือน ๆ กัน
เชื่อเรื่องบุญ เชื่อเรื่องบาป แล้วก็พร้อมที่จะประกอบแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์เหมือน ๆ กัน
ตรงนี้เนี่ย มันก็จะทำให้เกิดความกลมกลืน
สี่ข้อนี้นะครับ ศรัทธา ศีล จาคะ แล้วก็ ปัญญา
ถ้าหากว่าเสมอกัน หรือว่าอย่างน้อย ไปในทิศทางเดียวกันแล้ว
ก็จะเกิดความกลมกลืน แล้วก็ความรู้สึกเป็นสุขที่จะได้อยู่ด้วยกัน
แต่ถ้าหากว่าสี่ข้อนี้ไม่เสมอกันแล้ว โอกาสที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ก็ดูจะเลือนราง
ซึ่งเราก็จะเห็นจากคู่ทั่ว ๆ ไป ที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้แหละ
แล้วก็ในอดีตด้วย แล้วก็ในอนาคตด้วย
บอกได้เลยว่า เรื่องของศรัทธา ศีล จาคะ แล้วก็ปัญญา ที่จะจูนให้เสมอกันได้
ต้องมาจากสิ่งเดียวเท่านั้นครับ คือ
ศรัทธาในเรื่องเดียวกัน
พระพุทธเจ้าท่านถึงขึ้นด้วยศรัทธา
ถ้าเชื่อเรื่องเดียวกันซะแล้วเนี่ย โอกาสที่จะทำอะไรสอดคล้องกลมกลืนกัน
แล้วมีความสุขอยู่ด้วยกันทั้งชีวิต ก็เป็นไปได้
บางคนนะ ถึงกับบอกเลยว่า คือเขาวิเคราะห์กันมา บอกว่า
ธรรมชาติเนี่ย เหมือนกับดีไซน์ ออกแบบให้มนุษย์มาอยู่ด้วยกัน มาจับคู่กัน
แต่เสียดาย ที่ไม่ได้ออกแบบให้อยู่ด้วยกันได้
คือหมายความว่า ส่งมาแต่แรงดึงดูด ว่าจะต้องมาอยู่ด้วยกัน
แต่ว่าพอมาอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่มีปัจจัยอะไรเกื้อกูลให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่ง
ตรงนี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์
แต่ถ้าสมมติว่าเขาได้มาศึกษาพุทธศาสนา แล้วดูให้มันจริง ๆ จัง ๆ อย่างลึกซึ้งว่า
สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน เรื่องศรัทธา เรื่องศีล เรื่องจาคะ เรื่องปัญญาเนี่ยนะ
มันจะทำให้เกิดความสุข เกิดความผูกมัด เกิดความป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ตรงนี้เนี่ย ชาติหน้านะ ไม่ต้องหาคู่เลย คือจะได้ไปเจอกันแน่นอน
อันนี้คือสิ่งที่พระพุทธเจ้ายืนยันนะ เวลาคนไปถามท่านเนี่ย
ว่าทำยังไงถึงจะได้อยู่ด้วยกันตลอดรอดฝั่ง
ทั้งในชาตินี้ และก็ได้ไปเจอกันในชาติหน้า พระพุทธเจ้าตอบแบบนี้
ซึ่งถ้าหากว่าเราดูจากความเป็นจริงนะ เราก็จะเชื่อเลยว่า
เนี่ย มันเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว เพราะว่าคนเราจะมีความสุข มันต้องมีเหตุ
คนเราจะรู้สึกว่ากลมกลืนหรือว่าอยากอยู่กับใครเนี่ย
มันไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ มันต้องมีความสมเหตุสมผลอยู่
ซึ่งก็นี่ ตรงนี้ล่ะค่ะ คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
 

Note: ... ได้แวะไปอ่านกระทู้เรื่องพรหมจรรย์มา และมีพี่ผู้ชายคนนี้ตอบโดนใจ และมีประโยชน์มากๆ เลยก๊อปมาแปะไว้เผื่อมีประโยชน์กับสาวๆ และหนุ่มๆ ที่สนใจและมีความเห็นเดียวกันนี้

งั้น.....

         เรามาอ่านกันเลยเนอะ......

................... 

 

เรื่องจริงที่น่าเศร้า ของสาวที่รักจะอยู่ก่อนแต่ง
คุณผู้หญิงครับ ก่อนคิดมีอะไรเกินเลยกับเพื่อนชาย ช่วยอ่านเรื่องนี้สักรอบนะครับ

ด่าผมได้นะครับที่ผมใจแคบและจะตั้งตัวเป็นเจ้าลั ทธิ "รักษาพรหมจรรย์" ก่อนแต่งงาน

ถ้าบทความที่ผมอุตสาห์ถ่างตาเขียน

มันจะทำให้มีสาวพรหมจรรย์ที่กำลังจะคิดผิดเดินช้าลงไปแค่ “1 ชั่วลมหายใจเพื่อหยุดคิดสักนิดก่อนจะทำอะไรลงไป

ผมก็พอใจแล้ว

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริงที่ทำให้ผมรับไม่ได้เลยจริงๆ กับการอยู่ก่อนแต่ง

ผมทำงานต่างจังหวัดมา 3 ปี ต้องอยู่หอพัก จันทร์ถึงศุกร์

หอพักผมใกล้มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง

พวกนักศึกษามหาลัยนี้ ที่อยู่หอเดียวกับผม มันจับคู่อยู่กัน แบบสามี ภรรยา หลายคู่

ผมอยู่หอนี้ มา 2 ปี 8 เดือน เห็นบางคู่ เลิกกันแล้วก็หาคู่ใหม่ เหมือนกระต่าย เหมือนหนู

มีเหตุการณ์หนึ่งผมยังจำได้ดี และฝังใจมากระทั่งบัดนี้

คืนนั้น เวลาประมาณเที่ยงคืน ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ โดยเปิดประตู ห้องไว้ เพื่อให้ลมพัดผ่าน

จึงได้เห็นเหตุการณ์น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ห้องตรงข้ามผม เป็นห้องหนึ่งที่มีนักศึกษาปี 2 ที่อยู่กินกัน แบบผัวเมีย คู่หนึ่งอาศัยอยู่

ผู้หญิงเป็นคนหน้าตาดี ผิวขาว สวย ผมยาว เป็นธรรมดาที่ผมจะต้องมองคนสวย

เพราะถึงจะอยู่กับเพื่อนร่วมที่ทำงาน จบที่เดียวกัน ผู้ชายเหมือนกัน จิตใจก็ไม่เคยคิดจะชอบไม้ป่าเดียวกัน

เที่ยงคืน วันนั้น พ่อแม่ ของหล่อน (เด็กผู้หญิงตรงข้ามห้องผมคนนั้น) คิดอย่างไรไม่รู้มาเยี่ยมลูกสาวตอนเที่ยงคืน

แกหอบของกิน ของใช้มาเพียบ ตามประสาพ่อแม่ที่รักลูกสาวปานดวงใจ

แม่ของเธอเป็นฝ่ายกดกริ่งหน้าประตู ขณะที่พ่อเธอถือของอยู่เคียงข้างโดยหันหลังมาให้ผม

ใครวะ ไอ้เXดังออกมาจากห้อง ในขณะที่มีแสงไฟเปิดขึ้น โดยเห็นจากกระจกฝ้าที่อยู่เหนือประตู
ผู้ชายนุ่งเช็ดตัวเดินงัวเงียออกมาจากห้อง ออกมาเปิดประตู โดยมีน้องคนสวยลูกสาวที่พ่อแม่ตั้งใจมาหา เดินตามหลังมาด้วยความตกใจ

ในสายตาผม ไม่แปลก เพราะผมเห็นคู่นี้ เค้ามีอะไรกัน มาหลายเดือนแล้ว แต่ในสายตาพ่อแม่เธอ มันคงเป็นสุดยอดของความประหลาดใจ ยิ่งไปกว่า การมาหาลูกสาวอย่างไม่บอกกล่าว เป็นสิบเป็นร้อยเท่า

ลูกสาวที่พ่อแม่ รู้เพียงว่า เช่าอยู่กับเพื่อนสาว 2 คน กับมานอนกับไอ้หนุ่มที่ต้อนรับเขาทั้งสองด้วยคำอันหยาบคาย อมวัดทั้งวัดมาพูด ก็ไม่น่าเชื่อว่า แค่มาติวตำรา

ไอ้หนุ่มปากไวกว่าความคิดมันคงคาดไม่ถึงว่า บุพการี ของเมียมันจะแอบมาทำความประหลาดใจให้มันกลางคืนสงัด ขณะที่มันกำลังกอดกกเมียรักที่ถูกต้องตามพฤตินัย โดยไม่ต้องมีนิตินัย และจารีตประเพณีให้มากความ

เวลาเช่า ชายอยู่ด้วยกัน 2 คน หญิงอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ อยู่จริง มันอยู่แบบ ชาย หญิง 2 คู่

แม่ของน้องคนนั้น ร้องไห้ พร้อมกับ พูดว่า "ลูกแม่ ทำไมถึงทำอย่างนี้" ทำไมถึงทำอย่างนี้อยู่ไม่ขาดปาก

(
ทำให้แม่ ถึงน้ำตาตกนี่ อานิสงส์แรงนะครับ ถ้าพื้นกรรมเก่า ไม่ดีจริง มักจะเห็นผลทันตา)

ในขณะที่พ่อทิ้งของกินทั้งหมดลงกับพื้น แล้วเดินออกไปตรงบันได

คงอึ้ง พูดไม่ออก กับการกระทำของลูกสาวสุดที่รัก ที่อุตส่าห์ ฟูมฟักทะนุถนอม ปานแก้วตา ดวงใจ

มาบัดนี้ ลูกสาวก็หาลูกเขยที่ถูกต้องตามพฤตินัย มาสร้างความประหลาดใจแก่พ่อแม่แบบไม่ต้องตั้งตัว

ลูกสาวที่รักของแม่ที่แม่อุตสาห์ป้อนข้าว น้ำ เลี้ยงดู ส่งไปโรงเรียน พาไปหาหมอ คอยเป็นห่วงสารพัดจะห่วง เดินทางไกลข้ามจังหวัดมาเยี่ยมก็สู้อุตส่าห์ กลัวว่า ลูกจะอด จะไม่อิ่ม จะไม่มีของกินถูกปาก

แต่ทำไม ลูกจึงมาทอดกายให้ชายเขาชมเยี่ยงนี้

เรื่องราวในคืนนั้นจบลง อย่างไรไม่รู้ ไอ้หนุ่มมันก็กลับห้องมันไป และดูเหมือนจะไม่มาหาราว อาทิตย์กว่า

พอเรื่องเงียบ มันก็ย้ายของมาอยู่ด้วยกันอีก

แล้ววันหนึ่ง ผมก็เห็นน้องคนนั้น ร้องไห้ อยู่หน้าประตูลิฟท์ หลังจาก มีปากเสียงกับแฟนมัน

ใช่ครับ ผู้ชายไปมีคนใหม่ เพราะคงเบื่อในรสชาติสาบสวาท ที่ฝ่ายหญิงปรนเปรอ จนไม่มีอะไรจูงใจให้มันสนใจอีก

ผมสงสารครับ สงสารที่เห็นน้ำตาหญิง แต่คนที่ผมสงสารกลับเป็นพ่อแม่ของเธอ เรื่องราวของเธอยังไม่จบ แต่ผมไม่อยากจะเล่าต่อ

เพราะแค่นี้คงเพียงพอสำหรับการที่ใครสักคนจะหักห้ามใจ รักนวลสงวนตัวไว้ ของพวกนี้สำหรับผู้หญิงมันสุขชั่วครู่ แต่บาดแผลจะฝังใจลึกไปเนิ่นนาน

"แน่ใจหรือ ว่า คนที่จะมีสัมพันธ์ด้วย จะเป็นคนที่แต่งงานด้วยในอนาคต"